| เด็กวัย 12 ปี บางสะพานน้อยถูกแก๊งค์ยาบ้าข่มขืนฆ่า “เด็กวัย 12 ปี บางสะพานน้อยถูกแก๊งค์ยาบ้าข่มขืนฆ่าฝังคลอง”

........(เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พ.ย.2553)เหตุการณ์รายนี้ได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านตำบลไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ แจ้งให้ผู้สื่อข่าวรับทราบว่ามีศพเด็กหญิง(น้องเอ นามสมมุติ) วัย 12 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านทองอินทร์ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ถูกคนร้ายนำไปฆ่าข่มขืนมีชาวบ้านไปพบศพเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2553 ที่ผ่านมาลอยขึ้นมาในลำคลอง ทำให้ชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการกระทำโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ แม่ของเด็กยังเป็นคนพิการยากจน ซึ่งวันนี้มีการเผาศพน้องเอที่วัดทองอินทร์ ชาวบ้านเรียกร้องให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือฆ่าน้องเอ ให้ได้ โดยเฉพาะนางสมพร มารดาได้ร่ำให้ท่ามกลางเพื่อนบ้านที่มาคอยปลอบและให้กำลังใจอยู่ที่วัดรวมทั้งครูและเพื่อนๆนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน โดยนายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอบางสะพานน้อย ไปเป็นประทานเผาศพด้วยตนเอง และได้กล่าว่าว่าเป็นเพราะยาบ้าที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ ซึ่งผมก็ได้กำชับให้ทางตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย ติดตามจับกุมตัวนายเกษม มาให้ได้
ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.ทินกร ไพนุพงศ์ ผกก.สภ.บางสะพานน้อย,พ.ต.ท.อำพันธ์ ชมกรด รอง.ผกก.สส. สภ.บางสะพานน้อย,พ.ต.ท.บุญเลิศ เสือเผือก พนักงานสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย,นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอบางสะพาน้อย ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดว่าสำหรับคดีฆ่า”น้องเอ” ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด
ซึ่งภายหลังเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2553 ที่ผ่านมานายวัลลภ พวงกิจจา พ่อของน้องเอ อยู่บ้านเลขที่ 88/3 หมู่ 4 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มาแจ้งความที่ สภ.บางสะพานน้อย ว่าลูกสาวของตนเองหายออกจากบ้านไปในช่วงเย็น ขอให้ทางตำรวจติดตามตัวให้ด้วยเกรงจะโดนจับตัวขึ้นรถตู้ไป หลังรับแจ้งแล้วจึงได้แจ้งต่อไปทางตำรวจในพื้นที่รับทราบ รวมทั้งศูนย์วิทยุของ อบต.ไชยราช ได้ช่วยกันตรวจสอบอยู่หลายวันแต่ก็ไม่พบเบาะแส แต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค.53 นายเสกสรร สุขสะอาด ชาวบ้านตำบลไชยราย ได้ออกไปหากบตามลำคลองบริเวณหมู่ 4 บ้านคลองอินทร์ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ขณะนั้นพบเห็นศพลอยน้ำมาติดอยู่บริเวณริมคลอง จึงแจ้งให้นายอำเภอบางสะพานน้อย และกำนันผู้ใหญ่บ้าน และ ตร.สภ.บางสะพานน้อย รับทราบ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมกับนายวัลลภ ที่มาแจ้งความว่าลูกหาย ไปดูศพด้วยซึ่งสภาพร่างกายไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า สภาพขึ้นอืดคาดเสียชีวิตมาประมาณ 10 วัน ซึ่งนายวัลลภถึงกับร้องไห้และ ยืนยันว่าเป็นลูกสาวของตนเอง ที่หายออกจากบ้านไป ท่ามกลางชาวบ้านที่ไปมุงดูเป็นจำนวนมากต่างสาบแช่งคนร้ายที่ลงมือข่มขืนและฆ่าน้องเอ จากนั้นทางพนักงานสอบสวน จึงนำศพน้องเอ ส่งไปชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวช เพื่อหากสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง
พ.ต.อ.ทินกร ไพนุพงศ์ ผกก.สภ.บางสะพานน้อย ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าประชุมเพื่อติดตามหากลุ่มคนร้ายที่ลงมือฆ่าน้องเออย่างโหดเหี้ยม โดยพบเบาะแสจากพ่อของน้องเอ ว่าลูกสาวอยู่กับ นายสุรศักดิ์(ต่าย)หนูแสง อายุ 25 ปี ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งมีความสนิมสนมกับผู้เป็นบิดา หลังจากนั้นจึงติดตามตัวนายสุรศักดิ์ มาสอบสวนจนให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ไปหลอกน้องเอ ไปให้นายเกษม(ทป)กิมหงษ์ ลูกพี่หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับบ้านพัก จนกระทั่งรุ่งเช้าอีกวันนายเกษม ให้คนโทรศัพท์มาหาและให้ไปพบที่บ้าน และแจ้งให้ทราบว่าได้ลงมือฆ่าเด็กไปแล้ว และให้เอาศพไปฝัง หลังจากนั้นตนเองจึงลากศพเด็กสภาพร่างกายเปลือย ขุดหลุมฝังริมคลองและกลับบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากสอบสวนเสร็จแล้วจึงแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาปิดบังอำพรางซ่อนเร้นทำรายหลักฐาน
ต่อมา พ.ต.อ.ทินกร ไพนุพงศ์ ผกก.สภ.บางสะพานน้อย,พ.ต.ท.อำพันธ์ ชมกรด รอง.ผกก.สส. สภ.บางสะพานน้อย,พ.ต.ท.บุญเลิศ เสือเผือก พนักงานสอบสวน พร้อมกำลังตำรวจจึงนำหมายศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจค้นบ้านนายเกษม ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 59/2 หมู่ 4 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ เพื่อค้นหาหลักฐานแต่ไม่พบตัวนายเกษม ซึ่งไหวตัวหลบหนีไปก่อนแล้ว พบลูกน้อง 3 คนอยู่ในบ้านพักและตรวจสอบพบทั้งเสพยาบ้า จึงควบคุมคัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังจากนั้น พ.ต.อ.ทินกร ไพนุพงศ์ ผกก.สภ.บางสะพานน้อย ได้ประชุมทีมสืบสวนทั้งหมดซึ่งมีข้อมูลว่าทั้งนายสุรศักดิ์(ต่าย)นายเกษม(ทป) อยู่ในกลุ่มขบวนการค้ายาบ้า จึงขออนุมัติศาลออกดหมายจับนายเกษม กิมหงษ์ อายุ 48 ปี จาศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา โดยศาลอนุมัติออกหมายจับเมื่อวันที่ 4 พ.ย.53 แล้ว เบื้องต้นสาเหตุการฆ่าน้องเอ ครั้งนี้กำลังรองผลพิสูจน์ทางสถาบันนิติเวช ว่าถูกข่มขืนหรือไม่เนื่องจากสภาพเด็กตายมาหลายวันแต่น่าจะขาดอากาศหายใจจนทำให้เด็กเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจออกติดตามล่าตัวผู้ต้องหารายนี้ทุกวิถีทางแล้ว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งชาวบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
………………………………………
|